HIKO

ปรับสันจมูกโดยไม่ต้องผ่าตัดด้วย HIKO

99,000KRW~
#ผสานฟิลเลอร์และไหมยกกระชับ #จมูกสวยดูมีมิติ #ใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
ยอดรวม
0KRW
ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 10%
HIKOคืออะไร?
WHAT IS IT?
HIKO ของ toxnfill เป็นวิธีปรับรูปจมูกโดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่จำเป็นต้องกรีดผิว โดยสอดไหมทางการแพทย์ชนิด PDO ที่ได้รับการรับรองจาก KFDA และฉีดฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิก เพื่อช่วยปรับแนวสันจมูกและปลายจมูกให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น HIKO สามารถช่วยปรับปลายจมูกซึ่งแก้ไขได้ยากด้วยการฉีดฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียว ให้ดูโด่งและมีแนวสันจมูกที่เรียบสวย จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปจมูกแต่รู้สึกกังวลหรือไม่สะดวกเข้ารับการผ่าตัด นอกจากนี้ HIKO ใช้ไหมละลายที่ผลิตจากวัสดุซึ่งสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ ไหมจะค่อย ๆ สลายภายในประมาณ 6–12 เดือน แต่คอลลาเจนที่เกิดขึ้นจากการทำหัตถการอาจคงเหลืออยู่ได้เกือบ 50% จึงช่วยประคองแนวสันจมูกให้ดูเป็นธรรมชาติได้ในระยะยาว
  • ระยะเวลาทำหัตถการ
    ระยะเวลาทำหัตถการ ใช้เวลาทำหัตถการไม่เกิน 20 นาที
  • ใช้ยาชา / ไม่ใช้ยาชา
    ใช้ยาชา / ไม่ใช้ยาชา ทาครีมยาชาใช้เวลาประมาณ 20–30 นาทีและฉีดยาชาเฉพาะที่
  • ระยะเวลาพักฟื้น
    ระยะเวลาพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
  • ระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่
    ระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่ ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน
แนะนำสำหรับผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้
  • POINT 1

    ผู้ที่ต้องการปรับแนวสันจมูกให้เรียบสวยต่อเนื่องไปจนถึงปลายจมูก ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์จมูกเพียงอย่างเดียวอาจเติมเต็มได้ไม่ทั่วถึง

ผลลัพธ์และระยะเวลาที่แนะนำ
  • 1 ระยะเวลาของผลลัพธ์ HIKO อาจแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่ใช้และแต่ละบุคคล โดยทั่วไปผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน

  • 2 หากต้องการทำซ้ำ สามารถทำได้หลังจากรอยช้ำและอาการบวมลดลงแล้ว ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหัตถการ (Q&A)
  • Q. ฟิลเลอร์จมูกและ HIKO แตกต่างกันอย่างไร?
    Toxnfill HIKO เป็นหัตถการที่ใช้ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกร่วมกับไหมละลายที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ เพื่อปรับทั้งสันจมูกและปลายจมูก
    แตกต่างจากฟิลเลอร์จมูกทั่วไปที่ใช้ฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียวเพื่อเพิ่มวอลลุ่มบริเวณสันจมูก HIKO สามารถช่วยให้ทั้งสันจมูกและปลายจมูกดูคมชัดขึ้น อีกทั้งไหมละลายยังช่วยพยุงฟิลเลอร์ จึงช่วยปรับรูปทรงจมูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    นอกจากนี้ ระหว่างที่ไหมค่อย ๆ ละลายจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน จึงอาจช่วยให้วอลลุ่มที่ดูเป็นธรรมชาติคงอยู่ต่อไปได้ แม้ฟิลเลอร์จะค่อย ๆ ถูกดูดซึมแล้ว
  • Q. เคยผ่าตัดเสริมจมูกมาก่อน ยังสามารถฉีดฟิลเลอร์จมูกหรือทำ HIKO ได้หรือไม่?
    Toxnfill หากเคยผ่าตัดเสริมจมูกมาก่อน อาจไม่สามารถทำหัตถการดังกล่าวได้ เนื่องจากเนื้อเยื่อภายในอาจกลายเป็นพังผืดจากการผ่าตัด ทำให้ทำหัตถการได้ยากและเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของหลอดเลือด จึงไม่แนะนำให้ทำโดยทั่วไป
    อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจและประเมินโดยแพทย์ที่คลินิกก่อน จึงจะสามารถระบุได้อย่างแน่ชัดว่าสามารถทำหัตถการได้หรือไม่
ข้อควรระวังหลังทำหัตถการ

การดูแลตนเองมีผลต่อผลลัพธ์มากพอ ๆ กับการดูแลหลังทำหัตถการ
กรุณาอ่านข้อควรระวังอย่างละเอียดและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

  • สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าได้หลังทำหัตถการประมาณ 2–3 ชั่วโมง ส่วนแผ่น DuoDERM ที่ติดอยู่บริเวณที่ทำหัตถการสามารถนำออกได้หลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง
  • กรุณารับประทานยาที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน เพื่อป้องกันการอักเสบและบรรเทาอาการปวด หากมีประวัติแพ้ยาปฏิชีวนะหรือยาอื่น ๆ กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
  • ภายใน 3–7 วันหลังทำหัตถการ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก การเข้าซาวน่าหรือห้องอบไอน้ำ และการแช่น้ำร้อน
  • อาจมีรอยช้ำ อาการบวม ปวด หรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมบริเวณที่ทำหัตถการ โดยส่วนใหญ่อาการจะค่อย ๆ บรรเทาลงภายใน 1–2 สัปดาห์ หากรับประทานยาที่แพทย์สั่งแล้วแต่อาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ มีการเปลี่ยนแปลงของสีผิว เกิดตุ่มพองบริเวณที่ทำหัตถการ หรือมีอาการคันและร้อนต่อเนื่อง กรุณาติดต่อและเข้าพบแพทย์ที่คลินิกทันที
  • แรงกดจากภายนอกอาจทำให้รูปทรงเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณที่ทำหัตถการเป็นเวลา 2–3 สัปดาห์ เช่น การสวมหมวก การนอนคว่ำหรือนอนตะแคง การสวมแว่นตา การทำหัตถการด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์หรือคลื่นวิทยุ และการนวดหน้าหรือกดจุดบนใบหน้า
  • ในบางกรณี ปลายไหมอาจโผล่ออกมานอกผิวหนังได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล หากเกิดกรณีดังกล่าว กรุณาอย่าสัมผัสหรือดึงไหมด้วยตนเอง และควรเข้าพบแพทย์ที่คลินิกเพื่อรับการดูแลอย่างเหมาะสม
  • หากมีอาการผิดปกติหรือรู้สึกไม่สบายอื่น ๆ กรุณาติดต่อคลินิกทันที
ปรึกษาออนไลน์