ฟิลเลอร์ใบหน้านำเข้า / JUVÉDERM

ฟิลเลอร์พรีเมียมคุณภาพสูงที่ออกแบบให้เหมาะกับใบหน้าของคุณโดยเฉพาะ

450,000KRW~
#ใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที #ออกแบบฟิลเลอร์เฉพาะบุคคล #เห็นผลทันที
#เติมเต็มบริเวณที่ยุบตัว #
ยอดรวม
0KRW
ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 10%
การฉีดฟิลเลอร์ใบหน้า?
WHAT IS IT?
เป็นหัตถการฉีดฟิลเลอร์ที่มีส่วนประกอบของกรดไฮยาลูรอนิก ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมได้ ลงในบริเวณที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่มและลดเลือนริ้วรอย นิยมฉีดบริเวณหน้าผาก จมูก แก้ม ร่องแก้ม ใต้ตา และปลายคาง ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น ที่ toxnfill เราเลือกใช้เฉพาะฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกที่มีความปลอดภัย โดยกรดไฮยาลูรอนิกสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 300–1,000 เท่าของน้ำหนักตัวสารเอง
  • ระยะเวลาทำหัตถการ
    ระยะเวลาทำหัตถการ ใช้เวลาประมาณ 10–20 นาทีต่อบริเวณ
  • ใช้ยาชา / ไม่ใช้ยาชา
    ใช้ยาชา / ไม่ใช้ยาชา ทาครีมยาชา ใช้เวลาประมาณ 20–30 นาทีและฉีดยาชาเฉพาะที่
  • ระยะเวลาพักฟื้น
    ระยะเวลาพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
  • ระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่
    ระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่ ฟิลเลอร์เกาหลีอยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน ฟิลเลอร์นำเข้าอยู่ได้นานประมาณ 12–18 เดือน
แนะนำสำหรับผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้
  • POINT 1

    ผู้ที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าพร้อมสร้างแก้มแอปเปิลเพื่อให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์

  • POINT 2

    ผู้ที่ต้องการให้สันจมูกดูคมชัดและหน้าผากดูโหนกนูนสวยขึ้น

  • POINT 3

    ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์จากหัตถการที่สะดวกเพียงครั้งเดียวโดยไม่ต้องผ่าตัด

  • POINT 4

    ผู้ที่ต้องการปรับใบหน้าที่ดูแบนให้มีมิติด้วยหัตถการที่สะดวกและไม่ซับซ้อน

ผลลัพธ์และระยะเวลาที่แนะนำ
  • 1 필ระยะเวลาของผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล บริเวณที่ฉีด และผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้
    โดยทั่วไปฟิลเลอร์เกาหลีจะอยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน ส่วนฟิลเลอร์นำเข้าจะอยู่ได้นานประมาณ 12–18 เดือน

  • 2 หากต้องการฉีดเพิ่มเติม สามารถทำได้หลังจากรอยช้ำและอาการบวมลดลงแล้ว
    ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหัตถการ (Q&A)
  • Q. โบท็อกซ์และฟิลเลอร์แตกต่างกันอย่างไร?
    Toxnfill โบท็อกซ์หรือท็อกซินช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่มีขนาดใหญ่หรือทำงานมากเกินไป ทำให้แนวใบหน้าดูเรียบเนียนขึ้นและช่วยลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า
    ส่วนฟิลเลอร์ตามความหมายของคำคือการ “เติมเต็ม” จึงช่วยเพิ่มวอลลุ่มในบริเวณที่ยุบตัวหรือขาดวอลลุ่ม สามารถฉีดได้หลายบริเวณ เช่น หน้าผาก/ ปลายคาง /โหนกแก้มด้านหน้า/ แก้ม /ร่องแก้ม/ สันจมูก /ริมฝีปาก /ดอลลี่อาย และใต้ตา
  • Q. ฟิลเลอร์และ Sculptra แตกต่างกันอย่างไร?
    Toxnfill ฟิลเลอร์ผลิตจากสารที่มีความปลอดภัย เช่น กรดไฮยาลูรอนิก ในรูปแบบเจล เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายจะช่วยเพิ่มวอลลุ่มได้ทันที
    ส่วน Sculptra ประกอบด้วยสาร PLLA ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เมื่อฉีดเข้าสู่ผิวจะค่อย ๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
  • Q. ฟิลเลอร์เกาหลีหรือฟิลเลอร์นำเข้าดีกว่ากัน และแตกต่างกันอย่างไร?
    Toxnfill แม้จะมีส่วนประกอบหลักเหมือนกัน แต่ฟิลเลอร์นำเข้าถูกใช้งานทั่วโลกมาเป็นระยะเวลานาน โดยทั่วไปมีคุณสมบัติด้านความหนืดและความยืดหยุ่นที่ดี อีกทั้งมีผลิตภัณฑ์หลายประเภทซึ่งมีขนาดอนุภาคแตกต่างกัน จึงสามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละบริเวณและช่วยให้ฉีดได้อย่างละเอียดมากขึ้น
    หากให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าด้านราคา แนะนำฟิลเลอร์เกาหลีซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐานที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่หากให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และความคงตัวมากกว่าราคา แนะนำให้เลือกฟิลเลอร์นำเข้า
ข้อควรระวังหลังทำหัตถการ

การดูแลตนเองมีผลต่อผลลัพธ์มากพอ ๆ กับการดูแลหลังทำหัตถการ
กรุณาอ่านข้อควรระวังอย่างละเอียดและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

  • สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าได้หลังทำหัตถการประมาณ 2–3 ชั่วโมง ส่วนแผ่น DuoDERM ที่ติดอยู่บริเวณที่ฉีดสามารถนำออกได้หลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง
  • กรุณารับประทานยาที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน เพื่อป้องกันการอักเสบและบรรเทาอาการปวด หากมีประวัติแพ้ยาปฏิชีวนะหรือยาอื่น ๆ กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
  • ภายใน 3–7 วันหลังทำหัตถการ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก การเข้าซาวน่าหรือห้องอบไอน้ำ และการแช่น้ำร้อน
  • อาจมีรอยช้ำ อาการบวม ปวด หรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมบริเวณที่ฉีด โดยส่วนใหญ่อาการจะค่อย ๆ บรรเทาลงภายใน 1–2 สัปดาห์ หากรับประทานยาที่แพทย์สั่งแล้วแต่อาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ มีการเปลี่ยนแปลงของสีผิว เกิดตุ่มพองบริเวณที่ฉีด หรือมีอาการคันและร้อนต่อเนื่อง กรุณาติดต่อและเข้าพบแพทย์ที่คลินิกทันที
  • แรงกดจากภายนอกอาจทำให้รูปทรงของฟิลเลอร์เปลี่ยนแปลงได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณที่ฉีดเป็นเวลา 2–3 สัปดาห์ เช่น การสวมหมวก การนอนคว่ำหรือนอนตะแคง การสวมแว่นตา การทำหัตถการด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์หรือคลื่นวิทยุ และการนวดหน้าหรือกดจุดบนใบหน้า
  • หากมีอาการผิดปกติหรือรู้สึกไม่สบายอื่น ๆ กรุณาติดต่อคลินิกทันที
ปรึกษาออนไลน์